ประกันภัยรถยนต์แบบไหน…ที่ใช่สำหรับคุณ? แนะนำโดย อีซี่อินชัวร์โบรกเกอร์

ต่อประกันภัยรถยนต์ พอถึงเวลาต้องต่อประกันภัยรถยนต์ทีไร หลายๆ คนมักตัดสินใจไม่ถูกว่าจะต่อประกันรถแบบไหนดี ที่จะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปมากที่สุด แล้วยิ่งตัวเลือกเดี๋ยวนี้ก็ช่างมีหลากหลาย เมื่อก่อนแค่ชั้น 1,2,3 ก็มึนตึ้บแล้ว เดี๋ยวนี้มีเพิ่มเป็น 2+ กับ 3+ ขึ้นมาอีก..เอาล่ะสิ ยิ่งทำให้เลือกยากขึ้นไปอีก แล้วแบบนี้จะรู้ได้ยังไงว่าประกันภัยแบบไหนที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด? ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกันถึงข้อแตกต่างของประกันแต่ละแบบกันก่อน เริ่มกันแบบง่ายๆ คือเบี้ยประกัน : เรียงจากแพงไปถูก ชั้น1 > ชั้น2+ > ชั้น2 > ชั้น 3+ > ชั้น 3จริงอยู่ราคาแพงหมายถึงความคุ้มครองที่ดีที่สุด ครอบคลุมมากที่สุดแต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสมกับคุณที่สุดนะ(แหงล่ะสิ เกิดช่วงต่อประกันกำลังถังแตกอยู่ ก็ไม่น่าจะเหมาะ555) เรามาทำความรู้จักประกันภัยแต่ละประเภทให้มากขึ้นแบบเข้าใจง่ายๆกันดีกว่า

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 : เริ่มที่ของแพงกันก่อนเลย ที่ราคาแรงเพราะคุ้มครองครอบคลุมหมดทั้ง รถหาย,ไฟไหม้,น้ำท่วม และที่สำคัญกรณีการชน ประกันชั้น1 จ่ายค่าเสียหายให้หมดทั้งฝั่งคู่กรณีและฝั่งผู้ขับขี่ แบบคุ้มครองทั้งร่างกายและทรัพย์สินแบบนี้เบี้ยประกันเลยสูงที่สุด แต่คุณสามารถเลือกได้เองว่าเมื่อเกิดความเสียหายจะให้รถเข้าซ่อมอู่(ทั่วไปที่ได้รับการรับรองจากบริษัทประกัน) หรือเข้าซ่อมห้าง(ศูนย์บริการ) ซึ่งการเลือกเข้าซ่อมอู่เบี้ยประกันจะถูกลงประมาณ 20-30%

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 และ 2+ : ชั้น2 ราคาก็จะถูกลงมากว่าชั้น 1 แต่ก็ได้รับความคุ้มครองน้อยลงไปด้วย กรณีรถหาย,ไฟไหม้ ยังคงคุ้มครองเหมือนเดิม แต่หากเกิดกรณีชนโดยที่คุณเป็นฝ่ายผิด ประกันจ่ายค่าเสียหายให้คู่กรณีเท่านั้น ส่วนค่าเสียหายของรถคุณประกันไม่จ่ายให้ต้องซ่อมเอง แต่ถ้าเป็นชั้น2+ กรณีเป็นรถชนรถ ทางประกันจ่ายให้ทั้งสองผ่ายแต่ต้องเคลมทันทีในขณะที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในที่เกิดเหตุเท่านั้นหรือเรียกง่ายๆ ว่าเคลมสดนั่นเอง

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 และ 3+ : สุดท้ายเบี้ยถูกที่สุด ชั้น3 ไม่คุ้มครองกรณีรถหาย,ไฟไหม้ และกรณีชนประกันจ่ายค่าเสียหายให้คู่กรณีเท่านั้น(เพราะแบบนี้ไงถึงได้ถูกที่สุด) แต่ถ้าชั้น3+ก็จะเพิ่มตรง กรณีรถชนรถ ทางประกันจะจ่ายให้ทั้งสองฝ่ายแต่ต้องเคลมสดเท่านั้น คล้ายแบบชั้น2+ แต่ไม่คุ้มครองรถหาย,ไฟไหม้ให้

ทำความรู้จักกับ ประกันภัยรถยนต์ ไปทั้ง 5ประเภทแล้ว ก็ลองไปเลือกพิจารณาดูว่าแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ เช่น หากคุณจอดรถในบ้านมีรั้วรอบขอบชิดกล้องวงจรปิดเพียบและขับรถมานานไม่เคยมีเฉี่ยวชนให้ต้องเคลม ก็เลือกประกันชั้น3หรือ3+ หรือหากเป็นมือใหม่หัดขับ สอยเสาไฟ เสยท้ายรถคนอื่นบ่อยๆ แถมรถยังต้องจอดหน้าบ้านยามวิกาล ก็เลือกชั้น1หรืออาจเลือกชั้น2+ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายก็ได้

ขอบคุณบทความดีๆจาก : https://www.easyinsure.co.th/